แห่ชื่นชม พ่อค้าหมูปิ้ง ขายได้เดือนละ 3 ล้าน รวยแต่ไม่ลืมกำพืดตัวเอง

2341 0

เป็นเรื่องราว ของพ่อค้าหมูปิ้งคนหนึ่ง ขายหมูปิ้ง ได้เดือนละ 3 ล้าน (สุดๆ ไปเลย เรียกว่ารวยที่สุดในวงการ) ที่ออกรายการ “อายุน้อยร้อยล้าน” และ ได้มีการนำมาวิเคราะห์และแชร์บน facebook ซึ่ง ประเด็นอยู่ที่ว่า ทำไม คนนี้ รวยแล้วแต่ยังอยู่บ้านเอื้ออาทร ไปฟังกันเลยครับ

moo

ขอบคุณภาพจาก เพจ คุณ บรรจง ชีวมงคลกานต์

มาดูกันหน่อยว่า ทำไม คนนี้จึงรวย และ เขาไม่ลืมตัวอีกด้วย

ผมขอยกบทความมาให้อ่านกันนะครับ คนดี คนเก่ง ต้องแชร์ให้คนรู้ เผื่อจะเป็นต้นแบบของคนอื่นได้

——————————————

ข้อคิดที่ได้จากชายขายหมูปิ้งเดือนละ 3 ล้านไม้คนนี้..ที่ทุกวันนี้ยังอาศัยบ้านเอื้ออาทรอยู่..!!

ผมมีโอกาสได้นั่งดูรายการทีวีที่ไปสัมภาษณ์”เฮียนพ”ชายวัย 49 ปี ที่เป็นคนขายหมูปิ้งที่รวยที่สุดคนหนึ่งในวงการหมูปิ้งแล้วรู้สึกชื่นชม..

ชายคนนี้เคยเป็นหนุ่มโรงงานที่โดนเลิกจ้างจากพิษเศรษฐกิจ พอหลังตกงานก็มาเป็นรปภ. ขับแท็กซี่ กระทั่งขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง มีวินอยู่ในเพิงเล็กๆในพื้นที่แฟลตตำรวจย่านปากเกร็ด มีกลุ่มแม่บ้านที่แฟลตตำรวจซึ่งหมักหมูนุ่มเสียบไม้ส่งขายลูกค้ามักจะจ้างแกให้วิ่งไปส่งของให้เป็นประจำ ตอนนั้นลูกเมียอยู่ตจว.ตัวแกก็อาศัยเพิงเล็กๆข้างแฟลตเป็นที่หลับที่นอน ตอนหลังแกขอสูตรมาปิ้งขายเองเล็กๆ ทำไปทำมามีลูกค้ากินแล้วติดใจ เลยสั่งจากแกไปปิ้งขายต่อ กล่องหนึ่งมีหมู 100 ไม้ แกขายราคาไม้ละ 5.50 บาท คนไปปิ้งขายต่อขาย 10 บาท

ปรากฎว่าออเดอร์เริ่มเยอะทำไม่ไหว แกก็ให้พี่สาวและกลุ่มแม่บ้านที่ให้สูตรแกมาช่วยกันทำหมู เสียบหมูอยู่แถวเพิงเล็กๆข้างแฟลตนั่นล่ะ ว่างๆแกก็ถือกล่องหมูเสียบไปตามตลาดต่างๆ เห็นใครขายลูกชิ้นปิ้ง ใส้กรอกปิ้ง แกก็เชียร์ให้เอาหมูแกไปปิ้งขายด้วย บอกว่าไม่ต้องลงทุนแถมผักสด แถมยังสามารถขายข้าวเหนียวคู่ได้กำไรอีกทาง คนก็ชิมแล้วอร่อยเลยซื้อของแกขาย

ที่ผมชื่นชมแกไม่ใช่เรื่องการค้าขาย แต่เป็นเรื่องการบริหารรายได้ เพราะในช่วงแรกๆที่แกได้กำไรจากการส่งหมูปิ้ง แกก็เอาเงินกำไรไปใส่ตู้ฝากเงินทุกๆวัน โดยที่ไม่ได้เช็คเลยว่าไอ้ที่หยอดตู้ไปทุกวันรวมๆแล้วมีเท่าไหร่ จนกระทั่งผ่านไปไม่นาน พื้นที่เพิงเล็กๆข้างแฟลตมันไม่เพียงพอและทางแฟลตไม่ให้ใช้ที่แล้ว แกก็ไปเห็นว่ามีที่ดินบริเวณนั้นจะขาย แกก็มีความคิดอยากทำโรงงานเสียบหมู พอไปเช็คเงินดูที่แกสะสมไว้มีประมาณ 4 ล้านบาท แกก็ตัดสินใจซื้อที่ทำโรงงานท่ามกลางเสียงคัดค้านจากญาติพี่น้อง แต่แกเชื่อว่ามันจะไปได้ แกบอกว่าช่วงน้ำท่วมปี 54 คนอื่นหยุดหมด ผมยังทำต่อ ยิ่งทำให้ลูกค้าและแรงงานไหลจากเจ้าอื่นๆมาเข้าทางแกหมด โรงงานแกก็ทำให้ได้มาตรฐาน ได้รับการรับจากสาธารณสุข ก็ทำให้มีออเดอร์มากขึ้นเรื่อยๆจากทุกสารทิศ

ย้อนกลับไปตอนทำหมู เสียบหมูอยู่ในเพิงเล็กๆ จุดเริ่มต้นราวปี 2552 มีแม่ค้าหมูปิ้งที่มาสั่งหมูกับแกคนแรก สั่ง 10 กล่อง(1,000ไม้)แกก็ช๊อคแล้วครับ พอผ่านไปอีกวันคนเดียวกันนี้มาสั่งอีก 1 พันไม้ เพราะไอ้ที่สั่งเมื่อวานขายหมดแล้ว(หมูปิ้งขายทำเลชุมชนนี่ชั่วโมงเดียวร้อยสองร้อยไม้ก็หมดครับ) ตอนนั้นแกเลยเริ่มเห็นช่องทางว่าหมูปิ้งมันทำเงินได้

มีบางคนสั่งกับแกแล้วเอาไปใส่ยี่ห้อตัวเองแล้วไปส่งขายต่อเจ้าอื่นๆบวกกำไรกลางทางก็มี

พอเข้าปี 2553 แกขายได้วันละราว 1 หมื่นไม้..!!

ทุกวันนี้ปี 2558 ยอดขายหมูปิ้งสัปดาห์ละ 8 แสนไม้ เดือนละ 3 ล้านไม้!!

ยอดขายต่อปี 200 ล้านบาท !! มีลูกน้องเกือบ 100 คนทำงาน…

พิธีกรถามว่าทุกวันนี้จากที่ไม่มีบ้านนอน ต้องผูกเปลนอนในเพิง ตอนนี้คงซื้อบ้านเป็นของตัวเองแล้วใช่มั้ย?

“แกบอกว่าทุกวันนี้ผมไม่ได้มีบ้านหลังโตแบบคนอื่นครับ บ้านที่ผมยังอาศัยอยู่ก็หลังเล็กๆในโครงการบ้านเอื้ออาทร..!!”

สิ่งที่ผม(ผู้เขียน)ได้จากชายคนนี้คือ.. ไม่ว่ารายได้แกจะเพิ่มจากอดีตมาก แค่ไหน แต่แกยังใช้ชีวิตแบบสมถะ ไม่โอเวอร์ ไม่ลอยลมไปกับรายได้ที่มี เก็บเงินมากกว่าใช้เงิน และใช้เงินเพื่อการต่อยอด นั่นเพราะวันหนึ่งแกเคย”ไม่มี” แกถึงรู้รสชาติของความจน และใช้ชีวิตแบบไม่ประมาททางการเงิน

ขณะที่สังคมคนทำงานยุคนี้ หลายคนใช้ชีวิตอย่างประมาท รีบสร้างหนี้สร้างสินเกินตัว บางคนรายได้ต่อเดือน 100% หมดไปกับการผ่อนรถ ผ่อนบ้านถึง 70-80% เหลืออีก 20-30% ไว้กินไว้ใช้แทบไม่พอแต่ละเดือนอย่าว่าแต่เหลือเก็บ บางคนมีรายได้ทางเดียวพอถูกเลิกจ้างก็ไม่มีเงินเผื่อชีวิตไว้ ทำให้ตกที่นั่งลำบาก

มีคนถามผม(ผู้เขียน)ว่ารายได้มากขึ้นกว่าสมัยเรียนจบมาทำงานเป็นนักข่าวใหม่ๆ ทำไมยังอยู่บ้านเล็กๆทาวน์เฮาส์หลังเดิม ทั้งๆที่รายได้มีศักยภาพพอที่จะซื้อบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ขึ้นอยู่อาศัย ผมบอกว่ากลัวผ่อนไม่ไหว(ไม่ใช่ตอนนี้ผ่อนไม่ไหว แต่ถ้าวันหนึ่งตกงาน หรือล้มหมอนนอนเสื่อแล้วมีหนี้ระยะยาวมันเหนื่อยไป)และอีกอย่างผมยังอยู่ได้สบายดีกับบ้านหลังเดิม ทุกวันนี้ผมพยายามรักษาหนี้คงที่ต่อเดือนไม่ให้เกิน 20% / ใช้จ่ายซัก 30% / อีก 40%คือเก็บไว้ / อีก 10% กันไว้ลงทุน และหากมีรายได้มากขึ้นอีก ผมก็จะพยายามใช้วิถีชีวิตเหมือนเดิม… แบบที่”เฮียนพ”แกทำคือลืมรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้วจับยัดใส่แบงค์ซะ..

เผลอๆอนาคตผมอาจซื้อบ้านหลังใหญ่ขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่อน(จะพยายาม..)

เขียนโดย : บรรจง ชีวมงคลกานต์

#ขอบคุณภาพจากรายการอายุน้อยร้อยล้าน

admin

admin

รับเขียนบทความโปรโมท SEO, รีวิวเกมส์, รีวิวสินค้า และเขียนคำโฆษณาเจ๋งๆ, เขียนบทความ Advertorial เพื่อทำการตลาดออนไลน์, โปรโมทการเข้าถึงบน Facebook ติดต่อได้ที่ alanomaddox@gmail.com

Related Post